07 มีนาคม 2554

บทที่ ๑ เมื่อพูดถึง "ตลาดสามย่าน"...เรานึกถึงอะไร

       ถ้าเกิดคำถามว่า...เมื่อนึกถึงอำเภอแกลง  เรานึกถึงอะไร?
     หากจะตอบแบบปัจจุบันทันด่วน  เราคงนึกถึงสัญลักษณ์ของอำเภอแกลง เช่น อนุสาวรีย์สุนทรภู่ แหลมแม่พิมพ์ ผลไม้อย่างทุเรียน เงาะ หรือของจากทะเลอย่าง กะปิ น้ำปลา ฯ
    
       แต่หากเวลาเราเอ่ยถึง "ตลาดสามย่าน" ที่เป็นภาพพื้นที่หลัก ศูนย์กลางของอำเภอแกลงแล้ว สิ่งแรก ๆ ที่เราเห็นเป็นภาพของตลาดสามย่านขึ้นมาทันทีคืออะไร?
      ภาพสำคัญ ๆ ที่เราเห็น ก็คงจะเป็นภาพถนนสายหลักอย่าง "ถนนสุนทรโวหาร" ที่มีมาแต่ดั้งแต่เดิม และที่เรานึกถึงขึ้นมาทันทีเป็นเพราะ  ถนนสุนทรโวหารนี้ เป็นถนนที่ตัดเฉียดชิดคลองสามย่าน (คลองประแส) เป็นสายแรก ประหนึ่งเป็นเครื่องบอกวันเวลาที่คนเมืองแกลง ได้เริ่มขยับชีวิตประจำวันและการทำมาหากินที่ต้องอิงน้ำอิงคลองมาอยู่บนฝั่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 
    
        เราจึงนึกถึงถนนสุนทรโวหาร เป็นภาพแรก ๆ ของคำว่า "ตลาดสามย่าน"...

       เพราะถนนสุนทรโวหาร เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเรือนร้านรวงที่สร้างขึ้นมาแต่ยุคแรก ช่วงปี พ.ศ.๒๔๕๑ นับแต่ย้ายเมืองแกลง จากบ้านดอนเค็ด บริเวณวัดโพธิ์ทองพุทธาราม มาอยู่ ณ บ้านตลาดสามย่าน จากนั้น บ้านเรือนร้านค้าจึงค่อย ๆ ขยับขยาย "ห่างคลอง" ออกไปเรื่อย ๆ จนปัจจุบัน
    
       เพราะถนนสุนทรโวหาร เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการที่สำคัญแต่อดีตมาเนิ่นนานจนคุ้นเคยและชินตาอยู่ ๒ แห่งด้วยกัน
     หนึ่งนั้นคือ เรือน "ที่ว่าการอำเภอแกลง" ที่สร้่างขึ้นหลังจากย้ายที่ตั้งเมืองแกลงมาอยู่บ้านตลาดสามย่านในปี พ.ศ.๒๔๕๑ ไม่นาน และเคยมีหลายส่วนราชการปฏิบัติงานในเรือนที่ว่าการหลังนี้
  
     และอีกแห่งหนึ่งคือ เรือน "สถานีตำรวจภูธรอำเภอแกลง" ที่ชาวบ้านมักเรียกถนัดกว่าว่า "โรงพัก"

       เรือนทั้งสองแห่ง แม้ปัจจุบัน ทั้งที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจจะได้ย้ายออกไปอยู่ในสถานที่แห่งใหม่แล้ว แต่คนเมืองแกลงในวัยยี่สิบปีขึ้นไป ย่อมนึกเอาภาพของเรือนทั้งสองแห่งนี้  ว่าเป็นส่วนสำคัญของคำว่า "ตลาดสามย่าน" อย่างมิต้องไปคิดเป็นอื่น

       ทั้งหมู่บ้านเรือนแต่เดิม เรือนที่ว่าการอำเภอ เรือนโรงพัก บนถนนสุนทรโวหาร เหล่านี้จึงคือ "สิ่งแวดล้อมทางศิลปกรรม" ที่เปรียบได้ดังองคาพยพส่วนสำคัญของ "ตลาดสามย่าน" อำเภอแกลงล่ะฉะนี้แล 

11 มกราคม 2554

ชาวแกลง...อยู่มาอย่างไร...และเรา...จะอยู่กันอย่างไรต่อไป




       คนเรา...เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่  ภายหลังจากสำเร็จการศึกษา ในระบบโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย  นอกจากจำเป็นต้องใช้เวลาค้นคว้า ศึกษาหาความรู้เพิ่มพูนแก่ตนเองไปจนตลอดชีวิตแล้ว  ทุกคนยังจำเป็นต้องแสวงหาอาชีพ หน้าที่การงาน เพื่อมีรายได้ในการดำเนินชีวิตตลอดไปด้วย
เมื่อเรามีหน้าที่ที่ต้องทำไปจนตลอดชีวิตอยู่ในสองเรื่องข้างต้น  โดยเฉพาะเรื่องอาชีพการงานจึงต้องพินิจพิจารณาอาชีพที่เราชื่นชอบ และมีความนิยมเป็นทุนเดิมเสียก่อน และยังต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ และโอกาสที่จะประกอบอาชีพนั้น ๆ ว่าอย่างไร ข้อสำคัญที่สุดคือ  อาชีพที่เราจะทำเพื่อสร้างรายได้นั้น ต้องเป็นสัมมาอาชีพ  หรืออาชีพที่ถูกต้องไม่ขัดกฎหมาย  ไม่สร้างปัญหาให้แก่สังคม  และสำคัญยิ่งไปกว่านั้น   คือต้องพิจารณาว่า อาชีพนั้น ๆ  มีความเหมาะสมสอดคล้อง และเป็นไปด้วยความเกื้อกูลหนุนส่งระหว่างเรากับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ  พื้นที่ที่เราอยู่เพียงใด
ในอำเภอแกลง  ประชาชนในพื้นถิ่นมีการประกอบอาชีพสร้างรายได้ แต่เดิมที่ล้วนต้องพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติ พึ่งพาฤดูกาลและสิ่งแวดล้อม  ทั้งทางตรงและทางอ้อม  ดังจะสังเกตเห็นว่า  ในพื้นที่ตลอดแนวชายทะเล มีการทำประมง ทำกะปิ น้ำปลา  พื้นที่จากชายทะเลด้านทิศใต้ถัดเข้ามา เป็นพื้นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ มีการทำนาปลูกข้าวและทำสวนบริเวณบ้านชากพง ชากกะโดน เนินฆ้อ ทางเกวียน บ้านนา คลองปูน พังราด  ภายหลังในพื้นที่ที่สามารถสูบน้ำจากทะเลหรือจากคลองเข้ามาได้  มีการทำอาชีพเลี้ยงกุ้ง  ถัดขึ้นมาจากพื้นที่ราบลุ่มนี้  ธรณีสัณฐานมีลักษณะเป็นพื้นที่สูง  เป็นเนินต่างระดับสลับไปมา  ประชาชนส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวนยางพารา ทำพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง สับปะรด  แซมสวนยางในระหว่างรอต้นยางเจริญเติบโต พื้นที่ที่ใกล้คลองหรือมือคลองหรือประชาชนอยู่ในภาวะ ที่สามารถลงทุนขุดสระเก็บน้ำฝนหรือ อาศัยน้ำบาดาลไว้ได้ก็ทำสวนผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ขนุน สละ กล้วย ลองกองฯ ขณะที่เทศบาลตำบลเมืองแกลง  ก็ได้อาศัยน้ำจากคลองประแสจากทางทิศเหนือ ของเมืองผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชนกว่าห้าพันหลังคาเรือน  ไม่นับรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ  ที่อาศัยน้ำดิบจากคลองหรือมือคลองผลิตน้ำประปาเช่นเดียวกัน
อาชีพที่สร้างรายได้โดยมีความสอดคล้องกับธรรมชาติ ฤดูกาล ลมฟ้าอากาศ และสิ่งแวดล้อมข้างต้นนี้ ทำให้เกิดอาชีพธุรกิจ การทำมาค้าขาย การบริการต่าง ๆ  ในลักษณะรูปแบบของเมืองกระจายอยู่ทั่วไป เช่น ตลาดกองดิน ตลาดเขาดิน ตลาดสามย่าน ตลาดหนองกันเกรา ตลาดกระแสบน ตลาดวังหิน  ตลาดบ้านไร่บ้านกร่ำ ตลาดเนินดินแดง เป็นต้น  ซึ่งธุรกิจ การค้า การบริการต่าง ๆ เหล่านี้  ต้องพึ่งพาอาศัยรายได้จากการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมที่กระจายตัวอยู่โดยรอบ  เพื่อนำทุนมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการต่าง ๆ ในตลาด  ขณะเดียวกันยังเกิด เป็นธุรกิจรับช่วงต่อจากอาชีพทางการเกษตร อาทิ โรงงานน้ำยางและยางพารา โรงเลื่อยโรงอบไม้ยางพารา โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา โรงงานกุ้งแช่แข็งส่งออก โรงงานปลากระป๋อง โรงสีข้าว โรงงานแปรรูปผลไม้ โรงงานผลไม้ส่งออก เป็นต้น  ขณะเดียวกันยังมีธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ในระยะสิบปีที่ผ่านมา เช่น การเลี้ยงนกนางแอ่น  ธุรกิจแพท่องเที่ยวในแม่น้ำประแส  ซึ่งเป็นวงจรของการประกอบอาชีพ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติและพึ่งพาอาศัยกัน
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นฐานหลักที่ทำให้ผู้คนในเมืองแกลงสามารถประกอบอาชีพได้ นั่นคือ  การมีทรัพยากรดิน น้ำ ฤดูกาล ลมฟ้าอากาศที่เอื้ออำนวยต่อสภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อมนั่นเอง  ดังจะเห็นได้จากพืชผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นรายได้ ล้วนมาจากปัจจัยพื้นฐานตั้งต้นที่สำคัญเหล่านี้ทั้งสิ้น  หากชาวเมืองแกลงผู้ตั้งรกรากทำกินอยู่ที่นี่กันมาช้านาน จะรักษาอาชีพทางเกษตรกรรมและธุรกิจการค้า  การบริการในสภาพเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกันเช่นนี้ได้ จึงจำเป็นและต้องช่วยกันประกอบอาชีพที่ส่งเสริมรักษาและ  ไม่ขัดแย้งต่อทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงสิ่งแวดล้อมทุก ๆ  มิติในพื้นที่ไว้ให้ดีตลอดไป
แล้วเราล่ะ  เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่คิดจะประกอบอาชีพอะไร  ที่ไหน  และอย่างไร

(หมายเหตุ บทความนี้ได้นำไปบรรจุในหลักสูตรท้องถิ่นที่จัดทำโดยเทศบาลตำบลเมืองแกลง)

13 ธันวาคม 2553

ลำนำเพลงแห่งสายพาน ลำเลียงงานเทศบาลได้ก้าวไป

บันไดสู่ดาว ไม่เอาขาหยั่งทำงานง่าย หลังคาทำจากกล่องนม
       ความใฝ่ฝันในช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมาสำหรับงานการคัดแยกขยะ นั่นก็คือ วันที่จะได้เห็นสายพานคัดแยกขยะเครื่องที่ ๒ ได้เดินเครื่อง ซึ่งก็สมใจนึกไปตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ วันรัฐธรรมนูญโดยบังเอิญเรียบร้อยแล้ว ใครใคร่แก้รัฐธรรมนูญก็แก้ไป แต่ว่าที่จริงประชาธิปไตยนี้ต้องรู้เรื่องหน้าที่พลเมืองเป็นสำคัญกว่าสิ่งใด
กว้างขึ้นทั้งรางลำเลียงและพื้นที่ทำงาน
       เหตุที่เดินเครื่องล่าช้าทั้งที่ทำเสร็จมาก็หลายเดือน เป็นเพราะตั้งใจจะรอให้มีการปรับปรุงสภาพพื้นที่ข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำรางระบายน้ำเพื่อมารองรับน้ำจากลานเครื่องคัดแยกขยะนี้ไปสู่บ่อเก็บน้ำเสีย ซึ่งต้องการจะใช้กระบวนการทางธรรมชาติเข้ามาช่วย กล่าวคือ ปล่อยให้น้ำเสียจากลานคัดแยกขยะที่ต้องล้างลานกันทุกวันได้ไหลผ่านรางพื้นดินที่ปลูกต้นไม้น้ำ อาทิ พุทธรักษา กก หรือธูปฤาษี เป็นระยะ ๆ ไปเพื่อได้คัดกรองเอาตะกอนของเสียและน้ำเสียได้ชะลอไว้ก่อนที่จะไหลไปลงบ่อ หากใช้วิธีการวางท่อระบายน้ำให้ไหลตรงลงบ่อ ก็ต้องตามไปแก้ปัญหาน้ำเน่าในบ่อไม่จบไม่สิ้น เป็นการแก้อย่างหนึ่งเพื่อไปสร้างปัญหาเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง
       เครื่องสายพานคัดแยกขยะเครื่องที่สองนี้ ได้ออกแบบปรับปรุงจากเครื่องแรกดังนี้
๑ สร้างขึ้นใหม่ ไม่ดัดแปลงมาจากวัสดุมือสอง
๒ ความกว้างของรางมีขนาดกว้างกว่าเครื่องแรกคือ ประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ลำเลียงขยะได้มากขึ้นในเวลาที่เท่ากัน
๓ เปลี่ยนตัวสายพานเป็นชนิดวัสดุแบบยางรถยนต์ ช่วยการยึดเกาะให้กับวัสดุขยะได้ดีขึ้น
๔ ด้านปลายของสายพาน ยกมุมให้สูงขึ้นมากพอที่จะอยู่เหนือกว่าระดับความสูงของแซงรถยนต์ เพื่อไม่ต้องเกลี่ยขยะให้กองต่ำลงเวลาไหลลงรถจนกองสูงติดยอดสายพาน
๕ ตัวโม่เล่ย์ขับเคลื่อนสายพานใช้เป็นโซ่คล้ายโซ่รถจักรยานแทนชนิดยาง ทำให้มีแรงดึงมากขึ้น
๖ แกนโม่เล่ย์ยาวกว่าเดิม เพื่อมิให้เศษขยะไหลมาพันโม่เล่ย์จนทำให้ต้องหยุดเดินเครื่อง
๗ ลานกองขยะก่อนขึ้นสายพานได้รับการออกแบบให้มีระดับสูงจากพื้นดินและสูงกว่าจุดเริ่มต้นของสายพาน ช่วยให้ไม่ต้องโกยใส่เข่ง แล้วยกเข่งเทใส่สายพาน ทำให้ลดจำนวนคนยกเข่งลงได้ ๒ คนและลดการใช้กำลังของคนคาดขยะลง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ
๘ ข้างรางสายพาน มีการออกแบบชั้นยืนแบบขั้นบันใดและราวกันตก โดยไม่ต้องเพิ่มเสาตั้งกับพื้นให้เกะกะยุ่งยากในการทำความสะอาดเหมือนแบบเก่าที่เป็นแบบโต๊ะมีขา
๙ หลังคากันแดด กันฝน ถูกออกแบบให้มีระดับสูงโปร่งขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความสะดวกในการทำงาน
รางระบายน้ำเสียที่จะใช้ระบบพฤกษาบำบัด
       จากการทำงานมาสองวัน พบว่าเวลาในการคัดแยกขยะลดลงจากเดิมที่ใช้เครื่องเก่า เพราะด้วยเหตุผลหลาย ๆ ข้อข้างต้น คือ สามารถคาดขยะขึ้นสายพานได้โดยไม่ต้องโกยใส่เข่ง และไปได้คราวละมากกว่าเดิม แต่สิ่งที่พึงระวังคือ เมื่อความกว้างของรางมากขึ้น อาจมีขยะที่ห่างมือแต่สามารถคัดแยกได้หลงหูหลงตาไปได้หากไม่เกลี่ยดูให้ดี นอกจากนี้ แซงข้างกันขยะหล่นออกนอกคอกต้องปรับปรุงให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีกสักหนึ่งฟุต
       ในลำดับต่อไปจะได้เพิ่มจำนวนรถขยะจากเดิม ๒ เที่ยวรถหกล้อ กับอีก ๑ คันปิคอัพ เป็น ๓ เที่ยวรถหกล้อ กับอีก ๑ คันปิคอัพ และเตรียมจะหันกลับไปปรับปรุงสายพานคัดแยกขยะเครื่องเก่าให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นอีกในทุก ๆ ส่วนที่ได้มีประสบการณ์มาแล้ว
ยกระดับพื้นกองขยะให้สูงขึ้น คาดขยะใส่สายพานได้ไม่ต้องโกยใส่เข่ง
       ต่อเมื่อสามารถนำเอาขยะของเทศบาลตำบลเมืองแกลงทั้ง ๕ คันรถหกล้อ และ ๑ เที่ยวรถปิคอัพมาขึ้นสายพานทั้งสองเครื่องเพื่อคัดแยกจนครบกระบวนการแล้ว และสามารถบริหารจัดการคนให้มีความเพียงพอและมีประสิทธิภาพขึ้นกว่าเดิมแล้ว ก้าวต่อไปจึงจะมุ่งตรงไปยังศูนย์ควบคุมคุณภาพมูลฝอย หรือหลุมฝังกลบขยะ ณ คลองไอ้วอง ของเทศบาลตำบลเมืองแกลงซึ่งที่นั่น ยังมีขยะจากท้องถิ่นอื่น ๆ ที่รอการคัดแยกอยู่อีกไม่น้อยกว่าวันละยี่สิบห้าตัน
ชีวิตที่ต้องไป..ต้องได้ดีกว่าเดิม
       งานการจัดการสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องของกระบวนการต่อยอดการเรียนรู้ ขบคิดไปอย่างยากจะจบสิ้น เมื่อครบสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง ก็มีสมการที่รอให้ไปแก้อยู่อีกระดับหนึ่งฉะนี้แล 

11 ธันวาคม 2553

เกษตรเมือง..คือเกษตรกรรมที่ทำในเมือง

       อย่างไรเสีย...ก็คงจะป่วยการไปร้องแรกแหกกระเฌอเที่ยวหาที่ดินเป็นสิบไร่ร้อยไร่พันไร่เพื่อทำฟาร์มผัก และแม้ว่าหาได้มัีนก็ไม่ใช่ชีิวิตของคนที่อาศัยอยู่ในเมือง ถึงออกไปทำไร่ทำสวน มันก็คงไม่จีรัง ดั่งผู้มีฐานะ อยากมีบ้านพักชายทะเล เมื่อซื้อบ้านพักชายทะเลไว้แล้ว ก็เห่อแห่กันมาสักพักหนึ่ง นักเข้าเมื่อปลีกเวลาแหวกมาพักผ่อนไม่ค่อยได้ ด้วยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในเมือง ก็ร้างลาบ้านพักชายทะเลกันไปเสียโดยมาก

แปลงผักหน้าสำนักงานเทศบาลฯ
       ฉันใดก็ฉันนั้น งานการต่าง ๆ แม้แต่เรื่องการทำเกษตรในเมือง หากจัดแจงได้ไม่ลงตัวต่อการดำเนินชีวิตประจำวันแล้วไซร้ ก็คงไม่สู้ได้ประโยชน์อะไร

       เรื่องแนวคิดที่จะส่งเสริมให้ประชาชนในเมืองแกลงหันกลับมานึกถึงและลงมือทำสวนอาหารหลังบ้านเหมือนแต่ก่อนที่รอบบ้านหลังบ้านมีพืชอาหารกันเต็มไปหมดนั้น หากไม่ลงมือทำนำร่องไปก่อนแล้ว ก็คงป่วยการ ด้วยลำพังเอาแต่กู่ก้องร้องตะโกนให้มาอบรม ๆ ๆ และอบรม โดยไม่ทำอาการ "ปฏิบัติบูชา" นั้นมันจะเข้ากับยุคสมัยเกินไป เหตุดังกล่าว เทศบาลตำบลเมืองแกลง จึงอาศัยที่อยู่สองสถาน คือรอบเสาธงหน้าสำนักงานเทศบาล และดาดฟ้าอาคารป้องกันฯ ลงมือทำเพื่อชู ให้ดูแล้วเห็นเป็นประจักษ์ ว่า เพียงความใส่ใจ ใส่เข้าไปใ้ห้ดินและน้ำเท่านั้น พืชอาหารอันหลากหลายก็เกิดขึ้นให้เราไว้บริโภคกันได้


ใบเตย ผักหวาน กระเพราะ ชะพลูในกระถาง
       หลักง่าย ๆ ที่ควรพิจารณาก่อนลงมือทำเกษตรเมือง คือ
       ทำอะไรที่มันง่าย ๆ เอาแต่พอตัวพอกำลังของตน สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน และเป็นไปได้เสียก่อนเป็นเบื้องต้น
       อย่าไปหวังผลผลิตว่าจะออกมาเป็นบิ๊กล็อต แต่ไปเรื่อย ๆ ดั่งน้ำซึมบ่อทราย
       อยากกินอะไร ใคร่ครวญว่าเป็นไปได้ ก็ปลูกอย่างนั้น
       พิจารณาสิ่งรอบตัวว่ามีอะไรที่พอจะใช้ในการปลูกได้บ้างก่อนลงทุนซื้อ ๆ ๆ
       มองหาที่ที่ดูเหมือนจะไม่มีที่ว่าง ให้มีที่ว่าง แต่หากหาที่ว่างไม่ได้จริง ๆ ก็ปลูกมันในภาชนะอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้ที่เปลือง
       ดูทางแดดทางลม ดูชนิดต้นไม้ที่จะปลูกไว้บ้าง เพราะมันขึ้นอยู่กับดิน น้ำ ลมฟ้าอากาศ เช่นดอกทานตะวันทำไมหันรับแสงอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ

       ข้อพินิจต่อไปคือ เกษตรเมืองที่หมายถึงเกษตรกรรมที่ทำแต่ในเมืองนั้น ทำแล้วได้อะไร เมื่อได้ลงมือทำก็จะพบว่า เมื่อเราใฝ่ใจ ก็จะได้ความสุขใจ ได้พืชผักที่ปลอดภัยไว้รับประทาน ได้รู้คุณค่าความเป็นมนุษย์ที่สามารถดำเินินชีวิตได้ด้วยการเพาะปลูก

       ตั้งหลักให้ดี มองกระบวนการด้วยความพึงพอใจทั้งมรรคและผล เพื่อสิ่งที่เขาบอกว่า ปลูกพืชผลแล้วไม่มีกำไร จะไม่มีวันย่างกรายมาใกล้เราอย่างแน่นอน
ู
      
      
      
      

รถขสมก.ขยายพื้นที่บริการครอบคลุม ๑๑ จาก ๑๓ ชุมชนแล้ว

เส้นทางจากแหลมยาง ไปในยาง โพธิ์ทองมุ่งสู่สนามกีฬาฯ รอบเย็น
       ต่อการเพิ่มขึ้นของรถขสมก. อีกสองคัน ซึ่งได้เพิ่มบริการรับส่งเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดสารนาถธรรมารามที่มีบ้านเรือนอยู่ทั้งฝั่งทิศเหนือและทิศใต้ถนนสุขุมวิทไปแล้ว เมื่อเปิดภาคเรียนที่สองได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยนักเรียนฝั่งโรงเรียนวัดสารนาถฯ มีจำนวนมากที่ใช้บริการรถขสมก. จึงต้องเพิ่มการรับและส่งในช่วงเช้าและเย็นจากเดิมหนึ่งเที่ยวเป็นสองเที่ยว ขณะนี้ทุกอย่างเข้าระบบเรียบร้อยเหมาะสม

สายหนองควายเขาหัก พลงช้างเผือก หนองกระโดงขากลับจากสนามกีฬาฯ
       จึงได้พิจารณาการนำรถขสมก.สองคันใหม่นี้ออกให้บริการประชาชนไปสนามกีฬาฯ เฉพาะแต่ในช่วงเย็น เนื่องจากช่วงเช้า ได้ประเมินร่วมกับชุมชนว่าจะมีผู้โดยสารน้อย สำหรับในช่วงเย็นนั้น ได้ถือเอาวันที่ ๖ ธันวาที่ผ่านมาเป็นวันนัดหมายเริ่มเปิดบริการในสองสายหลัก คือ สายด้านทิศเหนือถนนสุขุมวิท ตามเส้นทางรับส่งนักเรียนวัดสารนาถฯ แต่เลยไปสนามกีฬาฯ สายหนึ่ง กับการนำรถขสมก. คันเดิมขยายเส้นทางไปหนองควายเขาหัก พลงช้างเผือก และหนองกระโดงแล้ววิ่งไปตามเส้นทางเดิมสู่สนามกีฬาอีกสายหนึ่ง ซึ่งสายหลังนี้ เป็นคำแนะนำในที่ประชุมอสม.ของเทศบาล จนทำให้ต้องกลับมาคิพิจารณาและเปิดบริการได้ในที่สุด

ขสมก.คันเดิมแต่ขยายพื้นที่บริการอีกสามชุมชน
       ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากชุมชนบ้านแหลมยาง ลัดเลาะไปชุมชนในยางและชุมชนโพธิ์ทองทั้งย่านถนนโพธิ์ทอง - ฝั่งธน และย่านปากซอยดอนเค็ด เลี้ยวเข้าซอยบนเนินมุ่งสู่สนามกีฬา

เด็ก ๆ และผู้ใหญ่สบายใจ ไปสนามกีฬาฯ
       ทำให้การเพิ่มขึ้นของรถขสมก.สองคันใหม่นี้ สามารถครอบคลุมการให้บริการไปถึงทั้งชุมชน หนองแตงโม มาบใหญ่ สารนาถ โพธิ์ทอง หนองแหวน (บางส่วน) ในฝั่งด้านทิศเหนือถนนสุขุมวิท และครอบคลุมชุมชนแหลมยาง ในยาง โพธิ์ทอง(ด้านทิศใต้)  นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงเส้นทางของรถขสมก.คันเดิมให้ไปบริการถึงชุมชนหนองควายเขาหัก พลงช้างเผือก หนองกระโดง จากเดิมที่มีบริการแต่ชุมชนสุนทรโวหาร แกลงแกล้วกล้า

       จึงยังคงเหลือพื้นที่ที่บริการรถขสมก.ยังไปไม่ถึงคือ ชุมชนดอนมะกอก และหนองแหวน(บางส่วน) เนื่องจากเป็นชุมชนที่ต้องเดินทางด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) และถนนบ้านบึง แกลง ซึ่งรถยนต์ทางไกลค่อนข้างทำความเร็วสูง และชุมชนอาจมีจำนวนประชากรไม่มากนัก แต่กระนั้นก็ดี ในอนาคตก็อาจนำมาพิจารณาขยายบริการรถขสมก.ได้ต่อไป

       สิ่งที่ต้องกำหนดไว้ในใจคือ ทำอย่างไรจึงจะจัดสวัสดิการสู่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความตระหนักถึงการสร้างวินัยในการใช้รถร่วมบริการอย่างรถขสมก. (ขนส่งเมืองแกลง) นี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่สภาพภูมิอากาศในเมืองแกลง แทนการมุ่งใช้แต่ยานยนต์ส่วนต้ัว

09 ธันวาคม 2553

ขยายเขตปลอดถังขยะที่อีกถนนสองสายหลัก (โพธิ์ทองและแหลมยาง)

ถนนโพธิ์ทองและถนนแหลมยางที่ปลอดถังขยะ
       ก่อนถึงวันที่ ๕ ธันวาคมที่ผ่านมานี้ ได้รู้โดยตลอดมาว่าพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระชนมายุครบ ๘๓ พรรษา และปีหน้าจะทรงมีพระชนมายุครบ ๗ รอบ รัฐบาลคงจะเตรียมจัดงาน ทำโครงการอันหลากหลายในปีหน้าอย่างแน่นอน

บริเวณกองขยะที่หมักหมมเดิมได้รับการปรับปรุงและยกเลิกถังขยะแล้ว
       ในโอกาสวันพ่อปีนี้ ได้วางแผนร่วมมือกับชาวบ้านโดยได้ทำเขตปลอดถังขยะเพิ่มขึ้นบนถนนสายหลักอีกสองสายในพื้นที่ชุมชนโพธิ์ทอง และชุมชนแหลมยาง ด้วยถนนโพธิ์ทองนั้น มีการจราจรเดินทางค่อนข้างหนาแน่น เพราะมีบ้านเรือนประชาชนอยู่จำนวนมาก ส่วนถนนแหลมยางนั้น แต่เดิมรถขยะก็เข้าไปบริการชนิดวันเว้นวัน เพราะบ้านเรือนน้อย แต่เป็นเส้นทางไปสู่แพท่องเที่ยวที่มีผู้คนต่างถิ่นแวะเวียนมาเป็นประจำ

       เขตปลอดถึงขยะทั้งสองโซนนี้ ได้เริ่มเก็บถังขยะขึ้นมาแต่วันที่ ๔ หลังจากได้ตัดหญ้าข้่างทางและเก็บขยะตกค้่างเรียบร้อยแล้ว คาดว่าปัญหาถังขยะมอมแมม และจุดตั้งถังขยะมีขยะตกค้่างตลอดเวลาคงจะหมดไป ขณะนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้น และรอการประเมิน
       
ภูมิทัศน์หัวถนนแหลมยางหลังจากยกเลิกถังขยะแล้ว
      


 ถามว่า...เทศบาลกับชาวบ้านร่วมกันทำเขตปลอดถังขยะแล้วได้อะไร...
ภูมิืทัศน์สองฝั่งทางก่อนถึงแยกเข้าสวนสุขภาพ
         ตอบเบื้องต้นว่า ได้ถนนหรือทางเท้าที่ไม่ต้องมีถังขยะ ไม่ดูมอมแมมสกปรก ไม่มีกลิ่นเหม็น เพิ่มความเรียบร้อยสวยงามให้ถนนและทางเท้า และมากยิ่งไปกว่านั้นคือ ปริมาณขยะจากบ้านเรือนจะลดลงโดยอัตโนมัติ จากแทนที่เคยทิ้งกันได้สารพัด เพราะถังขยะเทศบาลบรรจุขยะได้มาก ต้องเปลี่ยนมาเป็นหาภาชนะใส่เองในแต่ละบ้าน ถุงพลาสติคบ้าง ถังหรือกระป๋องบ้าง จึงขยะชิ้นใดที่ขายได้ก็จะถูกแยกออกมาโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ต้องเปลืองเนื้อที่ถุงหรือถังขยะของบ้านที่มีขนาดเล็ก และเมื่อลดการใช้ถังขยะแล้ว เทศบาลก็ยังประหยัดงบประมาณในการซื้อถังลงกว่าแต่เดิมเป็นเงินจำนวนมาก

06 ธันวาคม 2553

ข้าวจากนา ณ เมืองแกลง

       เรื่องข้าว ๆ นี่ เอาเข้าจริง ดูจะยังไม่ควรจบเพียงแค่การส่งเสริมชาวเมืองแกลงให้กลับมาปลูกเพียงแค่นั้นเสียแล้ว...
       เพราะว่าที่จริง ยังมีเรื่องให้ต้องคิดต่อและทำต่อสำหรับเรื่องข้าว อาหารหลักที่เราต้องทานวันละสามเวลากันไปตลอดชีวิต อย่างน้อยข้อที่ควรคิดสงสัยนั่นคือข้าวที่เราทานอยู่นั้น

มาจากโรงสีไหน
มาจากดินและน้ำจังหวัดไหนกัน
เขาปลูกกันแบบไหน
เป็นข้าวพันธุ์อะไร ไหนล่ะ..ข้าวพันธุ์ท้องถิ่นของเรา
ข้าวที่ปลูกในบ้านเรา ส่งไปสีไปขายกันที่ไหน
ความที่เป็นข้าวกล้อง และข้าวสารต่างกันตรงไหน ฯ

       ควบคู่ไปกับเรื่องราวต่าง ๆ ประเด็นข่าวเรื่องข้าวจากอดีตถึงปัจจุบันที่เคยได้ยินและควรใส่ใจ อาทิ คณะกรรมการข้าว การแทรกแซงราคาข้าว การรับจำนำข้าวเปลือก การลงทุนกิจการปลูกข้าวของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ การเปลี่ยนที่นาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งหรือรีสอร์ทในบางพื้นที่ ประเทศตะวันออกกลางเข้ามาหาพื้นที่ทำนาในบ้านเรา เวียดนามปลูกข้าวส่งออกแย่งกันเป็นอันดับ ๑ กับไทย ฯ

       เมื่อย้อนกลับมาที่เมืองแกลง แต่เดิมมา เคยปรากฏในเอกสารของทางอำเภอแกลงว่า สินค้าส่งออกที่สำคัญของเมืองแกลงชนิดหนึ่ง คือ ข้าว ซึ่งมีปลูกกันทั่วไปในย่านตำบลทางเกวียน ตำบลบ้านนา ตำบลทุ่งควายกิน ทุ่งเนินทราย เนินฆ้อ ชากกะโดน บ้านนาซา บ้านคลองปูน พังราด ช้างข้าม พื้นที่ทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนมีมือคลองไหลทอดตัวอยู่ทั่วไป ทำให้ระบบน้ำสำหรับปลูกข้าวเป็นไปด้วยดี

       แต่เมื่อธุรกิจการเลี้ยงกุ้งเริ่มมีบทบาทและมีผลกำไรงาม ชาวนาก็หันไปปรับพื้นที่หรือขายที่เพื่อเลี้ยงกุ้ง อาชีพทำนาจึงลดลงอย่างรวดเร็ว กระทั่งบางพื้นที่ก็ปล่อยให้ที่นาเป็นที่รกร้างว่างเปล่ามาหลายสิบปี โรงสีข้าวก็พลอยซบเซาปิดกิจการไปเป็นจำนวนมาก คงเหลือแต่โรงสีขนาดย่อมที่ชาวนาเอาข้าวเปลือกมาสีเป็นข้าวสารเก็บไว้พอกินเป็นเดือน ๆ ไป

       แล้วข้าวที่เรากินอยู่นั้น ขนมาจากไหน...

       เส้นทางการขนส่งข้าวมาบ้านเรา มาจากทั้งทางระยอง และแปดริ้ว รวมถึงหลายจังหวัดในภาคอีสาน ก็ด้วยความที่เขามีโรงสีขนาดใหญ่ และรับซื้อข้าวเปลือกไปทั่ว ไม่เฉพาะเอาแต่ข้าวเปลือกที่ปลูกจากดินในพื้นที่ของตนเท่านั้น นี่คือการดำเนินงานที่เอาธุรกิจและผลกำไรเป็นตัวนำ

       ย้อนกลับมาที่เมืองแกลงอีกครั้ง ซึ่งในที่สุดเมื่อเข้าฤดูเกี่ยวข้าวปีนี้แล้ว ก็ได้ตัดสินใจที่จะค้าข้าวด้วยอีกทางหนึ่ง โดยมีเป้าหมายคือ ความต้องการที่จะส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวในพื้นที่กันให้มากขึ้น แต่หากยังคงใช้วิธีเดิมคือ ตั้งโครงการแล้วหาหนทางสนับสนุนเมล็ดข้าวหรือปุ๋ย ก็จะทำได้จำกัดแต่ในวงเขตพื้นที่ ไปไม่ได้ไกลและเหมือนจะใช้งบประมาณไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงหันมาใช้วิธีไปซื้อข้าวกล้องจากโรงสีในพื้นที่อยู่สองโรง ที่วังหินโรงหนึ่ง และที่เนินยางอีกโรงหนึ่ง รวมถึงไปซื้อข้าวเปลือกตรงจากชาวนาด้วย เพื่อต้องการให้เป็นข่าว ให้ได้รู้ว่าวันนี้เทศบาลสนับสนุนให้ข้าวมีทางไป มีทางระบาย และในอีกทางหนึ่ง ทุนที่ใช้ในการดำิเนินงาน ทั้งสำหรับการหมุนเวียนซื้อขาย การซื้อข้าวเปลือกมาสต็อกไว้ ก็ใช้วิธีระดมทุน ตั้งเป็นหุ้นข้าว หุ้นละหนึ่งร้อยบาท สมาชิกสามารถซื้อได้ไม่เกินคนละสิบหุ้น ซึ่งเปิดรับสมัครจากประชาชนทั่วไปตามชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้ชุมชนรู้จักเรื่องของการออม การรู้จักดำเนินธุรกิจแบบกลุ่ม การมีรายได้จากเงินปันผล โดยมาถึงขณะนี้มีสมาชิกร่วมหนึ่งร้อยราย และยังคงเปิดรับสมัครอยู่

       ทั้งนี้ ข้าวกล้องหรือข้าวสารตรา "ข้าวแกลง" ที่ผลิตออกจำหน่าย มีข้อกำหนดว่าต้องเป็นข้าวที่ปลูกจากดินและน้ำในเมืองแกลงเท่านั้น เพื่อลดปัญหาการเดินทางขนส่งอาหารจากเมืองอื่นอันจะช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง

       ข้าวตรา "ข้าวแกลง" จึงเป็นอีกหนึ่งน้ำพักน้ำแรงทั้งจากชาวนาและชาวเราธรรมดา ๆ ในพื้นที่ภาคภูมิใจที่ได้ช่วยกันทำมาค้าขาย สร้า่งเสริมรายได้ของผู้คนในพื้นที่ ที่สามารถพูดได้ชัด ๆ ว่า หากต้องการมีดินน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ดี ผู้คนต้องมีหนทางที่จะสร้า่งรายได้ให้เกิดขึ้นได้ด้วย จึงจะเกิดความยั่งยืน